โรคภูมิแพ้น้ำอสุจิตัวเอง

ตั้งแต่เมื่อปี 2002 เคยมีรายงานแล้วว่าพบผู้ป่วยชายหลายคนมีอาการภูมิแพ้น้ำอสุจิตัวเอง หรือที่เรียกกันแบบทางการว่า Post-orgasmic illness syndrome อาการทั่วไปคือ หลังจากที่มีการหลั่งน้ำอสุจิ ผู้ป่วยจะมีไข้ คัดจมูก แสบตา และเหนื่อยล้าอย่างหนัก อาการเหล่านี้อาจจะอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์

ตอนแรกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็คิดว่าอาการเหล่านี้เกิดจากสภาวะทางจิตที่มีผลต่อร่างกาย แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดของ ศ. Marcel Waldinger แห่ง Utrecht University ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ยืนยันว่าอาการภูมิแพ้น้ำอสุจิตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เหมือนกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ไม่ใช่อาการทางจิตที่ผู้ป่วยคิดไปเอง

ทีมวิจัยของ ศ. Marcel Waldinger ได้ศึกษากับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วย POIS จำนวน 45 คน ในจำนวนนี้มี 33 คนยินยอมให้นักวิจัยทดสอบอาการภูมิแพ้ด้วยวิธีเอาเข็มที่จุ่มสารละลายเจือจางของน้ำอสุจิตัวเองจิ้มเข้าผิวหนังที่แขน ผลออกมาว่า 29 จาก 33 คน แสดงอาการแพ้ ซึ่งสามารถแปลความได้ว่า ภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อน้ำอสุจิจริงๆ

นอกจากนี้เมื่อทีมวิจัยใช้วิธีการรักษาอาการภูมิแพ้แบบที่เรียกว่า hyposensitization therapy กับผู้ป่วย 2 คน คือ เริ่มแรกฉีดสารละลายน้ำอสุจิที่เจือจางมากๆ เข้าไปก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นทุกๆ เดือน ก็พบว่าภายในระยะเวลา 1 และ 3 ปี ผู้ป่วยมีอาการแพ้ลดลง นี่เป็นอีกหลักฐานที่ชี้ว่าอาการแพ้น้ำอสุจิเป็นความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันเหมือนกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ และสามารถรักษาให้อาการบรรเทาได้ด้วยวิธีเดียวกัน

ตอนนี้ทีมวิจัยของ ศ. Marcel Waldinger ก็ดำเนินการรักษาผู้ป่วยรายอื่นๆ ต่อไป ขณะเดียวกันก็พยายามหาคำตอบด้วยว่า “ทำไมผู้ป่วยถึงไม่แพ้น้ำอสุจิที่อยู่ในอัณฑะ แต่จะแพ้ก็ต่อเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิเท่านั้น?” ถ้าช่วยตัวเองแล้วไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิ อาการแพ้ก็ไม่เกิดเช่นเดียวกัน

Comments are closed.